ตอบคำถามเรื่องยา

หน่วยข้อมูลยาและสุขภาพ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Calcium L-theonate เปรียบเทียบกับ CaCO3

-ขอข้อมูลเปรียบเทียบ Ca L-threonate กับ CaCO3

-สามารถใช้เสริมแคลเซียมในผู้สูงอายุ , วัยหมดประจำเดือน แทน CaCO3 ได้หรือไม่ doseแนะนำคือเท่าไร

-ข้อมูลโฆษณา Ca L-threonate ต่างๆมีความน่าเชื่อถือหรือไม่

Share this Post:

คำตอบจากหน่วย DHI

  1. Calcium carbonate เป็นเกลือแคลเซียมที่ใช้แพร่หลาย มีข้อมูลสนับสนุนการใช้มากกว่า ให้ธาตุแคลเซียมสูงกว่าชัดเจน คือประมาณ 40% โดยน้ำหนัก และเป็นรูปแบบที่อยู่ในเอกสารอ้างอิงหลักด้านการเสริมแคลเซียม ส่วน calcium L-threonate มีข้อมูลในทางคลินิกจริง แต่ยังจำกัดอยู่ในงานด้านเภสัชจลนศาสตร์ ความปลอดภัย และการดูดซึมในอาสาสมัครสุขภาพดี ยังไม่พบหลักฐานระดับผลลัพธ์ทางคลินิกที่ชัดเจนว่าเหนือกว่า calcium carbonate ในการเพิ่มมวลกระดูกหรือป้องกันกระดูกหัก (Office of Dietary Supplements, National Institutes of Health, 2026; Wang et al., 2011; Wang et al., 2013).


    [“การคำนวณปริมาณ elemental calcium ทำได้โดยนำมวลอะตอมของแคลเซียม หารด้วยมวลโมเลกุลของสารประกอบทั้งหมด แล้วคูณ 100 สำหรับ calcium L-threonate ซึ่งมีสูตร Ca(C4H7O5)2 จะได้มวลโมเลกุลประมาณ 310.28 และมีแคลเซียมจริงประมาณ 12.9% โดยน้ำหนัก ขณะที่ calcium carbonate มีแคลเซียมจริงประมาณ 40% โดยน้ำหนัก”]


    ตารางที่ 1. เปรียบเทียบ Calcium L-threonate vs Calcium carbonate


    “ข้อมูลของ calcium L-threonate จากการสืบค้นครั้งนี้เป็นการศึกษาระยะสั้น โดย Wang et al. (2011) ศึกษาแบบ single-dose และ repeated-dose นาน 4 วัน ส่วน Wang et al. (2013) เป็นการศึกษาการดูดซึมหลังให้ยา 1 ครั้งและติดตามการขับปัสสาวะนาน 48 ชั่วโมง จึงยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ทางคลินิกในระยะยาว”


    จากการสืบค้นข้อมูล ยังไม่พบแนวทางเวชปฏิบัติหลักที่แนะนำ calcium L-threonate เป็นตัวเลือกมาตรฐาน สำหรับผู้สูงอายุหรือสตรีวัยหมดประจำเดือน ดังนั้น หากผู้ป่วยรับประทาน calcium carbonate ได้ดี ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้แนะนำเปลี่ยนไปใช้ calcium L-threonate แทนเป็นประจำ (Camacho et al., 2020; Office of Dietary Supplements, National Institutes of Health, 2026).

    สำหรับขนาดรับประทาน ไม่พบขนาดมาตรฐานของ calcium L-threonate ที่ได้รับการรับรองโดยตรงในแนวทางหลัก จึงควรคำนวณจาก “ปริมาณธาตุแคลเซียมรวมต่อวัน” จากอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นหลัก โดยผู้หญิงอายุ 51 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ที่อายุ 71 ปีขึ้นไปควรได้รับแคลเซียมรวมประมาณ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้ชายอายุ 51–70 ปี ควรได้รับประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และการดูดซึมจะดีที่สุดเมื่อให้ธาตุแคลเซียมไม่เกินประมาณ 500 มิลลิกรัมต่อครั้ง (Office of Dietary Supplements, National Institutes of Health, 2026; Camacho et al., 2020).

    การประเมินคำโฆษณา

    คำโฆษณาในอินเทอร์เน็ตที่ระบุว่า calcium L-threonate “ดูดซึม 90–100%”, “ดีกว่าแคลเซียมทั่วไปหลายเท่า” หรือ “เหนือกว่ารูปแบบมาตรฐานอย่างชัดเจน” ยังไม่พบหลักฐานทางคลินิกที่หนักแน่นพอรองรับ จากการสืบค้นข้อมูล Wang et al. (2011) ศึกษาเภสัชจลนศาสตร์และความปลอดภัย ไม่ได้พิสูจน์ว่าแคลเซียมถูกดูดซึม 100% ขณะที่งาน Wang et al. (2013) ซึ่งวัดการดูดซึมของแคลเซียมโดยตรง รายงานค่าเฉลี่ยประมาณ 26.49% ไม่ใช่ 100% ดังนั้น คำกล่าวอ้างดังกล่าวควรตีความว่าเป็น ข้อมูลทางการตลาดมากกว่าข้อสรุปทางคลินิก (Wang et al., 2011; Wang et al., 2013).


    ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ

    1. ถามก่อนว่าผู้ป่วยได้รับแคลเซียมจากอาหารวันละเท่าใด แล้วค่อยเติมเฉพาะส่วนที่ขาด
    2. ถ้าจะใช้ calcium L-threonate ควรดู elemental calcium ต่อ serving บนฉลากก่อนทุกครั้ง
    3. ไม่ควรตัดสินใจจากคำโฆษณาเรื่อง “ดูดซึม 90–100%” เพราะยังไม่สอดคล้องกับหลักฐานในคนที่ตรวจสอบได้
    4. ถ้าผู้ป่วยใช้ calcium carbonate ได้ดี ยังไม่มีเหตุผลเชิงหลักฐานให้เปลี่ยนเป็น calcium L-threonate เป็น routine first-line choice
    5. ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องการดูดซึมจากกรดในกระเพาะหรือมีอาการไม่พึงประสงค์ทางทางเดินอาหารจาก carbonate อาจพิจารณา calcium citrate ก่อน
    6. ควรระวังปริมาณแคลเซียมรวมต่อวันไม่ให้สูงเกินความจำเป็น; ODS ระบุ upper limit สำหรับผู้ใหญ่อายุ 51 ปีขึ้นไปที่ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน



    ผู้ตอบคำถาม โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวทยาลัยอุบลราชธานี
    ชื่อ-สกุล
    ผศ.ดร.นุตติยา วีระวัธนชัย
    ผู้ร่วมตอบคำถาม โดยบุคคลภายนอก
    ชื่อ-สกุล
    คำสำคัญ

    Calcium L-threonate, calcium carbonate, ธาตุแคลเซียม, การดูดซึมแคลเซียม, ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม, ผู้สูงอายุ, วัยหมดประจำเดือน, โรคกระดูกพรุน.

    นักศึกษาที่ร่วมค้นคว้า

    อ้างอิง

    1. Wang H, Hu P, Jiang J. Pharmacokinetics and safety of calcium L-threonate in healthy volunteers after single and multiple oral administrations. Acta Pharmacol Sin. 2011;32(12):1555-60. doi:10.1038/aps.2011.138. PMID:21986570.
    URL: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21986570/

    2. Wang H, Hu P, Jiang J. Calcium bioavailability of calcium L-threonate in healthy Chinese subjects measured with stable isotopes (44Ca and 42Ca). Eur J Clin Pharmacol. 2013;69(5):1121-6. doi:10.1007/s00228-012-1420-5. PMID:23229796.
    URL: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23229796/

    3. Office of Dietary Supplements, National Institutes of Health. Calcium - Health Professional Fact Sheet [Internet]. Bethesda (MD): National Institutes of Health; 2026 Jun 22 [cited 2026 Jul 9]. Available from:
    URL: https://ods.od.nih.gov/factsheets/Calcium-HealthProfessional/

    4. Institute of Medicine (US) Committee to Review Dietary Reference Intakes for Vitamin D and Calcium; Ross AC, Taylor CL, Yaktine AL, Del Valle HB, editors. Dietary Reference Intakes for Calcium and Vitamin D. Washington (DC): National Academies Press (US); 2011. doi:10.17226/13050.
    URL: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK56070/

    5. Camacho PM, Petak SM, Binkley N, Diab DL, Eldeiry LS, Farooki A, et al. American Association of Clinical Endocrinologists/American College of Endocrinology Clinical Practice Guidelines for the Diagnosis and Treatment of Postmenopausal Osteoporosis—2020 Update. Endocr Pract. 2020;26(Suppl 1):1-46. doi:10.4158/GL-2020-0524SUPPL. PMID:32427503.
    URL: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32427503/