ตอบคำถามเรื่องยา

หน่วยข้อมูลยาและสุขภาพ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

อยากทราบว่า จะกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลม พร้อมกันเลยได้ไหม เพื่อถ่ายพยาธิประจำปี และควรแนะนำให้กินแบบใด

อยากทราบว่า จะกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลม พร้อมกันเลยได้ไหม เพื่อถ่ายพยาธิประจำปี และควรแนะนำให้กินแบบใด

Share this Post:

คำตอบจากหน่วย DHI


  1. ตอบ ไม่แนะนำให้รับประทานยาถ่ายพยาธิหลายชนิดพร้อมกันเพื่อถ่ายพยาธิประจำปีในประชาชนทั่วไป

    เนื่องจากยารักษาพยาธิแต่ละชนิดใช้ต่างกัน การกินพร้อมกันจะทำให้ตับทำงานหนักและเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ถ้าไม่มีอาการ ให้เน้นกินอาหารสุกสะอาด แต่ถ้าสงสัยว่ามีพยาธิ แนะนำให้ตรวจอุจจาระก่อน เพื่อจะได้ใช้ยาได้ตรงโรค ลดการดื้อยา และผลข้างเคียงที่ไม่จำเป็น

     

    เหตุผลที่ไม่ควรกินยาถ่ายพยาธิพร้อมกันหลายชนิด

    1.      อันตรายจากผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction): การรับประทานยา Albendazole (ถ่ายพยาธิตัวกลม) ร่วมกับ Praziquantel (ถ่ายพยาธิตัวตืดและพยาธิใบไม้) พร้อมกัน จะทำให้ระดับยาในเลือดเปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น ปวดท้องรุนแรง เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หรือเป็นภาระต่อตับโดยไม่จำเป็น

    2.      ความเสี่ยงทางคลินิกที่แฝงอยู่: หากผู้ป่วยมีตัวอ่อนพยาธิตัวตืดหมูฝังอยู่ในร่างกายโดยไม่รู้ตัว (Cysticercosis) การได้รับยา Praziquantel โดยไม่ได้รับการประเมินจากแพทย์ อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงในสมองหรือกล้ามเนื้อได้

    3.      ยาถ่ายพยาธิไม่ได้มีฤทธิ์ "ป้องกัน": ยาทำหน้าที่ฆ่าพยาธิที่มีอยู่ในร่างกายขณะนั้นเท่านั้น ไม่สามารถกินสะสมไว้เพื่อป้องกันการติดเชื้อในอนาคตได้ ดังนั้นทางการแพทย์จึงไม่มีแนวทางให้ประชาชนทั่วไปกินยาถ่ายพยาธิแบบครอบจักรวาลเป็นประจำทุกปี

     

    ข้อแนะนำในการใช้ยา

    กรณีตรวจอุจจาระพบไข่หรือปล้อง/ตัวพยาธิ หรือมีความเสี่ยงสูงอย่างชัดเจน ให้เลือกใช้ยาที่จำเพาะต่อพยาธิทีละกลุ่ม ดังนี้

    1. ลำดับการรักษา: ต้องรักษากลุ่มพยาธิตัวกลมขนาดใหญ่ในลำไส้ก่อนเสมอ (เช่น Ascaris lumbricoides): ให้ Albendazole ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้พยาธิตัวกลมถูกรบกวนจากยาขับพยาธิตัวตืดหรือพยาธิใบไม้ จนเกิด Ectopic Migration (พยาธิดิ้นย้ายที่เข้าไปอุดตันท่อน้ำดีหรือไส้ติ่ง)

    2. เว้นระยะห่าง (Washout Period): หากต้องใช้ยาหลายชนิดที่ไม่ใช่สูตรผสมมาตรฐาน ควรเว้นระยะห่างระหว่างการเริ่มยาแต่ละชนิด 1–2 สัปดาห์ เพื่อลดผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างยา และสังเกตอาการข้างเคียงของยาตัวแรกให้ชัดเจนก่อน


    วิธีการบริหารยาแต่ละกลุ่มอย่างปลอดภัยในผู้ใหญ่ กลุ่มยามาตรฐาน

    กลุ่มที่ 1: ยารักษาพยาธิตัวกลม (Albendazole)

    • ขนาดยา

    o  พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ  Albendazole 400 mg ครั้งเดียว

    o  พยาธิแส้ม้า Albendazole 400 mg เป็นเวลา 3 วัน

    o  พยาธิเข็มหมุด  Albendazole 400 mg ครั้งเดียว และให้ซ้ำในอีก 2 สัปดาห์ และรักษาสมาชิกในบ้านทุกคนพร้อมกันด้วย

    • กรณีพยาธิอยู่ในลำไส้ (เช่น พยาธิเข็มหมุด พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน):
    • วิธีการรับประทาน: กินขณะท้องว่าง (หรือพร้อมอาหารไขมันต่ำ) เพื่อให้ยาคงอยู่ในลำไส้และดูดซึมเข้ากระแสเลือดให้น้อยที่สุด ยาจะได้ออกฤทธิ์ฆ่าพยาธิในระบบทางเดินอาหารได้อย่างเต็มที่
    • กรณีพยาธิในเนื้อเยื่อ (เช่น พยาธิปากขอไชใต้ผิวหนัง):
    • วิธีการรับประทาน: กินพร้อมอาหารที่มีไขมันสูง (เช่น นม, ชีส, อาหารผัด/ทอด) อาหารไขมันจะช่วยเพิ่มการดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือด (Bioavailability เพิ่มขึ้น 4–5 เท่า) เพื่อให้ยาซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อไปฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้
    • การเคี้ยว: แนะนำให้เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อให้ยาแตกตัวและออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด

     

    กลุ่มที่ 2: ยารักษาพยาธิใบไม้และพยาธิตัวตืด (Praziquantel)

    • ขนาดยา

    o  พยาธิตัวตืด Praziquantel 10 mg/kg ครั้งเดียว

    o  พยาธิใบไม้ Praziquantel 25 mg/kg วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ห่างกัน 4–6 ชม. เป็นเวลา 2-3 วัน

    • วิธีการรับประทาน:  กินพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันที พร้อมน้ำดื่ม 1 แก้วเต็ม
    • ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามเคี้ยว ห้ามบด หรือห้ามอมเม็ดยาเด็ดขาด เนื่องจากยามีรสขมจัด การเคี้ยวจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง และระคายเคืองกระเพาะอาหาร
    • การระวังภาวะแทรกซ้อน (กล้ามเนื้อ/สมอง):
    • หากสงสัยว่าผู้ป่วยมีพยาธิตัวตืดหมู ให้ระวังตัวอ่อนที่อาจฝังในเนื้อเยื่อหรือสมอง การให้ Praziquantel อาจทำให้พยาธิตายและปล่อยสารกระตุ้นการอักเสบอย่างรุนแรง หากมีอาการปวดศีรษะ ชัก หรือชามือเท้า ต้องรีบพบแพทย์ทันที

     

    กลุ่มที่ 3: ยารักษาพยาธิตัวตืด (Niclosamide)

    • ขนาดยา Niclosamide 2,000 mg ครั้งเดียว
    • วิธีการรับประทาน: กินหลังอาหารเช้าเบาๆ โดยต้อง เคี้ยวเม็ดยาให้ละเอียดมากที่สุด ก่อนกลืนตามด้วยน้ำน้อยๆ เนื่องจากยาออกฤทธิ์ยับยั้งการหายใจของพยาธิตามการสัมผัสตรง การเคี้ยวละเอียดทำให้ยาครอบคลุมตัวพยาธิในลำไส้ได้ทั่วถึง
    • หลังรับประทาน Niclosamide ไปแล้ว 2 ชั่วโมง มักแนะนำให้กิน ยาระบาย (เช่น Magnesium sulfate) ตาม เพื่อรีบถ่ายปล้องพยาธิออกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากยาทำให้ปล้องพยาธิตัวตืดสลายตัว หากเป็นตืดหมู ไข่พยาธิอาจหลุดออกมาและถูกขย้อนกลับเข้ากระเพาะ เกิดการติดเชื้อตัวอ่อนในเนื้อเยื่อ (Cysticercosis) ได้


    ข้อควรระวังเพิ่มเติมด้านความปลอดภัย (Safety & Monitoring)

    1.      หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร:

    • หลีกเลี่ยงการใช้ Albendazole (Category C) ในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก (First Trimester) เว้นแต่มีข้อบ่งชี้คุกคามชีวิต
    • Praziquantel และ Niclosamide (Category B) ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย มักใช้ได้เมื่อมีความจำเป็นและแพทย์พิจารณาแล้วว่าประโยชน์จากการรักษาคุ้มค่ากว่าความเสี่ยง

    2.      ผู้ป่วยโรคตับ/ตับอักเสบ: หลีกเลี่ยงการใช้ยาขนาดสูงหรือทานต่อเนื่องหลายวัน หากจำเป็นต้องใช้ ต้องติดตามค่าเอนไซม์ตับ (AST/ALT)

    3.      การติดตามผล: ควรส่งตรวจอุจจาระซ้ำ (Stool Re-examination) ที่ 2–4 สัปดาห์หลังกินยาครบ เพื่อยืนยันว่าพยาธิถูกกำจัดหมดแล้วจริงๆ ไม่แนะนำให้ประเมินจากความรู้สึกของผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว

     

    สรุปคำแนะนำ

    หลักฐานทางการแพทย์ทั้งหมดชี้ไปในทางเดียวกันว่า "ไม่มีข้อบ่งชี้ทางคลินิกในการรับประทานยาถ่ายพยาธิหลายชนิดพร้อมกันเพื่อการป้องกันประจำปี" เนื่องจากเสี่ยงต่ออันตรกิริยาระหว่างยาที่เพิ่มพิษต่อตับ และเสี่ยงต่อการกระตุ้นการอักเสบรุนแรงในสมองหากมีพยาธิแฝงอยู่ แต่ถ้ามีประวัติกินเนื้อสัตว์ดิบ ปลาดิบ ชอบกินผักสดล้างไม่สะอาด หรือมีอาการสงสัย เช่น คันรูทวารหนักตอนกลางคืน ปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด อุจจาระมีปล้องพยาธิหลุดออกมา แนะนำให้เก็บอุจจาระมาตรวจที่โรงพยาบาลก่อน เพื่อให้รู้ชนิดพยาธิที่แน่ชัด แล้วกินยาตรงกับโรค จะปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

    ผู้ตอบคำถาม โดยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวทยาลัยอุบลราชธานี
    ชื่อ-สกุล
    อ.ดร.เพียงเพ็ญ ธิโสดา
    ผู้ร่วมตอบคำถาม โดยบุคคลภายนอก
    ชื่อ-สกุล
    คำสำคัญ

    ยาถ่ายพยาธิ พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลม Albendazole Praziquantel Niclosamide

    นักศึกษาที่ร่วมค้นคว้า

    อ้างอิง

    1. World Health Organization. Guideline: Preventive chemotherapy to control soil-transmitted helminth infections in at-risk population groups. Geneva: World Health Organization; 2017.
    2. Leder KE, Weller PF. Cestode infections. In: Baron EL, editor. UpToDate. Waltham (MA): UpToDate; 2026 [cited 2026 Jul 26]. Available from: https://www.uptodate.com/contents/cestode-infections
    3. Na-Bangchang K, Karbwang J, Yetinkingol W, Thanavibul A, Laothavorn J. Pharmacokinetic interaction between albendazole and praziquantel in healthy male subjects. Trop Med Parasitol. 1995;46(3):181-5.
    4. Garcia HH, Nash TE, Del Brutto OH. Clinical Practice Guidelines by the Infectious Diseases Society of America (IDSA) and the American Society of Tropical Medicine and Hygiene (ASTMH): Diagnosis and Treatment of Neurocysticercosis. Clin Infect Dis. 2018;66(8):e49-e75.
    5. Leder KE, Weller PF. Enterobiasis (pinworm) and trichuriasis (whipworm). In: Baron EL, editor. UpToDate. Waltham (MA): UpToDate; 2026 [cited 2026 Jul 26]. Available from: https://www.uptodate.com/contents/enterobiasis-pinworm-and-trichuriasis-whipworm
    6. Leder KE, Weller PF. Liver flukes: Opisthorchiasis and clonorchiasis. In: Baron EL, editor. UpToDate. Waltham (MA): UpToDate; 2026 [cited 2026 Jul 26]. Available from: https://www.uptodate.com/contents/liver-flukes-opisthorchiasis-and-clonorchiasis
    7. Centers for Disease Control and Prevention. Clinical Care of Soil-Transmitted Helminths: Dosing and Treatment Regimens. Atlanta (GA): US Department of Health and Human Services, CDC; 2024 [cited 2026 Jul 26]. Available from: https://www.cdc.gov/sth/hcp/clinical-care/index.html